ความต้องการทางทันตกรรมเด็กที่แตกต่างกันกับผู้ใหญ่

เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพฟันของบุตรหลายของคุณ ทันตกรรมเด็ก หรือ Pediatric Dentistry เป็นสาขาทางทันตกรรมเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญในการให้ความรู้ และรักษาโรคสำหรับเด็ก คุณหมอเด็กมีความเชี่ยวชาญในการให้การดูแลเด็กๆ ที่มีพัฒนาแตกต่างกันในแต่ละวัย อีกทั้งยังสามารถปรับพฤกติกรรมของเด็กๆ ให้ผ่อนคลายและให้ความร่วมมือในการทำฟัน ทันตกรรมเด็กเป็นสาขาเฉพาะทางของการดูแลช่องปากและฟันที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยเด็ก ตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยรุ่น ทันตแพทย์เด็กได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อทำงานกับเด็ก และเข้าใจความต้องการ รวมถึงความกังวลของน้องๆ นอกจากนี้ทันตแพทย์เด็กยังเชี่ยวชาญในการปรับพฤติกรรมเพื่อให้สามารถทำหัตถการทางทันตกรรมให้กับน้องๆ ได้อย่างราบรื่น

เด็กๆ มีความต้องการทางทันตกรรมที่ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ โครงสร้างฟัน ขากรรไกรและช่องปากของเด็กๆ นั้นอยู่ในช่วงเจริญเติบโต และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป้าหมายหลักของทันตกรรมเด็กคือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางทันตกรรมขึ้นตั้งแต่แรก ซึ่งรวมถึงการปลูกฝังนิสัยในการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดีให้แก่เด็ก ส่งเสริมให้พวกเขากินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และมีน้ำตาลที่ต่ำ แต่หากเกิดปัญหาขึ้นมา เราก็พร้อมดูแลน้องๆ ด้วยการรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่มาตราการป้องกันง่ายๆ เช่นการเคลือบหลุมร่องฟัน หรือการเคลือบฟลูออไรด์ ไปจนถึงการรักษาที่ซับซ้อนขึ้นเช่นการอุดฟัน การรักษาคลองรากฟัน หรือแม้แต่ทันตกรรมจัดฟัน

เด็กและผู้ใหญ่มีความต้องการทางทันตกรรมที่แตกต่างกัน ประการแรกคือการให้ความสำคัญกับการดูแลเชิงป้องกัน หรือ Preventive Dentistry สำหรับเด็กแล้ว การดูแลฟันมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันปัญหาทางทันตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก สิ่งนี้รวมถึง การปลูกฝังนิสัยในการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดี เช่น การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ การใช้มาตรการป้องกันต่างๆ เช่น การเคลือบหลุมร่องฟัน (sealant) ในทางตรงกันข้าม การรักษาทางทันตกรรมของผู้ใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่การซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น การอุดฟัน การครอบฟัน หรือการรักษาคลองรากฟัน

ความแตกต่างอีกประการระหว่างทันตกรรมเด็กและทัตกรรมผู้ใหญ่ คือแนวทางในการรักษาคือ เด็กต้องการวิธีการที่แตกต่างออกไปเนื่องจากฟันและกระดูกขากรรไกรยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต และพัฒนาไม่เต็มที่ ทันตแพทย์เด็กได้รับการฝึกฝนให้ใช้อุปกรณ์ และเทคนิคพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับช่องปากที่เล็กกว่า และฟันที่บอบบางกว่าของเด็ก นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความต้องการทางอารมณ์ และพัฒนาการของเด็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อการวางแผนการรักษา บางครั้งเด็กๆ ยังมีความกลัว และบางครั้งอาจไม่สามารถควบคุม หรือแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทำหัตถการทางทันตกรรมได้ หมอฟันเด็กต้องมีจิตวิทยา และเทคนิคในการดูแล บริหารจัดการ และปรับพฤติกรรมของเด็กๆ เพื่อให้สามารถทำฟันได้สำเร็จ

ท้ายที่สุดคือ ประเภทของปัญหาทางทันตกรรมเด็ก และผู้ใหญ่เผชิญอาจมีความแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เด็กๆ อาจมีโอกาสฟันผุได้ง่ายกว่า เนื่องจากยังแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งอาจรับประทานอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก ส่วนผู้ใหญ่มีแนวโน้มจะเป็นโรคเหงือก ฟันสึก และการบาดเจ็บทางทันตกรรมที่เกี่ยวกับปัจจัยด้านอายุที่มากขึ้น อาหาร หรือพฤติกรรมในการใช้ชีวิต https://www.willdentdentalclinic.com/our-services/pediatric-dentistry/